fbpx

นันยางเท็กซ์ไทล์ ปั้น HATCH Designer Hub เพื่อ SME รุ่นใหม่ ต่ออีโคซิสเต็มธุรกิจสิ่งทอไทย

กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ ผู้นำธุรกิจสิ่งทอและโซลูชั่นส์การผลิตเครื่องนุ่งห่มแบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และซัพพลายผ้านวัตกรรมยุคใหม่ให้ แบรนด์ระดับโลก เปิดตัว “Hatch Designer Hub” อาณาจักรผ้ายืดนวัตกรรมยุคใหม่ ใจกลางซอยวัดสนแหล่งค้าส่งผ้ายืดที่ใหญ่ที่สุดในไทย เจาะตลาดดีไซน์เนอร์และผู้ประกอบการธุรกิจเสื้อผ้ารุ่นใหม่ ให้เข้าถึงผ้านวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องกังวลกับจำนวนขั้นต่ำในการผลิต พร้อมเปิดพื้นที่เป็น Knitted Fabric Co-designer Space จุดนัดพบ และศูนย์รวมระบบนิเวศน์ธุรกิจเสื้อผ้าตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องวัตถุดิบ การออกแบบแพทเทิร์น จนถึงการผลิตเพื่อจำหน่าย

วิบูลย์ ตวงสิทธิสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทนันยางเท็กซ์ไทล์ เป็นผู้นำธุรกิจสิ่งทอและโซลูชั่นส์การผลิตเครื่องนุ่งห่มแบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Textile and Apparel Solutions Provider) มากว่า 62 ปี ด้วยนวัตกรรมผ้าผืนที่ผลิตให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศหลากหลายแบรนด์ อาทิ NIKE UNIQLO OAKLEY และ MUJI มีกำลังการผลิต 58 ล้านตัวต่อปี จากโรงงานทั้งหมด 6 แห่ง ในไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ให้ความสำคัญเรื่องนวัตกรรมของการสวมใส่จึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมผ้าใหม่ๆ อยู่เสมอ

ที่ผ่านมากลุ่มบริษัททำธุรกิจแบบผลิตตามสั่ง (made-to-order) ตลาดหลักของกลุ่มบริษัทจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจำนวนมากหรือการสั่งซื้อล็อตใหญ่ แต่ด้วยนโยบายขององค์กรที่ต้องการให้ระบบนิเวศน์ (ecosystem) ของธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่นในประเทศไทยเติบโตไปด้วยกัน ประกอบกับการเห็นถึงความสามารถของคนไทยเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ต่างประเทศ และเข้ามาประกอบธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นมากขึ้น จึงเปิด Hatch Designer Hub (แฮช ดีไซน์เนอร์ ฮับ) เพื่อเจาะตลาดดีไซน์เนอร์ที่ต้องการใช้วัตถุดิบคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการเติบโตในธุรกิจเสื้อผ้าให้สามารถเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพทัดเทียมกับแบรนด์ในต่างประเทศ

“Hatch Designer Hub ถือเป็นอาณาจักรผ้ายืดนวัตกรรมยุคใหม่สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย และ Knitted Fabric Co-Designer Space แห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ใจกลางซอยวัดสน แหล่งค้าส่งผ้ายืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์รวมผ้ายืดนวัตกรรมใหม่เช่นเดียวกับที่ซัพพลายให้แบรนด์ดังๆ ในต่างประเทศ มาให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ใช้ โดยไม่ต้องกังวลกับจำนวนขั้นต่ำในการผลิต ยังตั้งเป้าให้เป็นศูนย์บริการด้านความรู้ (Knowledge Center) ตั้งแต่วัตถุดิบหรือผ้าแต่ละชนิด รูปแบบแพทเทิร์น จนถึงการตัดเย็บเพื่อจัดจำหน่าย โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบและตัดเย็บ หากเข้าใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ก็สามารถพัฒนารูปแบบของเสื้อผ้าไปได้อย่างหลากหลาย เพราะผ้ายืดบางประเภทสามารถนำไปออกแบบตัดเย็บเป็นสูทแบบลำลองได้ หรือหากเป็นผู้ประกอบการที่สนใจจะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟชั่น ต้องการพัฒนาศักยภาพแต่ขาดที่ปรึกษาก็สามารถเข้ามาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่นี่ได้เช่นกัน”

โดย HATCH Designer Hub ได้คัดสรรผ้านวัตกรรมเดียวกับที่จำหน่ายให้กับแบรนด์ดังต่างๆ และเหมาะสมสำหรับการทำตลาดในประเทศนับ 1,000 รายการมาจำหน่ายในราคาเริ่มต้นกิโลกรัมละ 160 – 460 บาท ด้วยยอดสั่งซื้อขั้นต่ำเพียง 3 กิโลกรัม ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนไม่สูงแต่มีเสื้อผ้าหลายรูปแบบให้ลูกค้าได้เลือกสรร ซึ่งตั้งแต่เปิดให้บริการมา 11 เดือนนั้น ชนิดผ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ Dry-Tech (ดราย-เทค) เพราะสวมใส่สบาย ระบายอากาศดี เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย และ Syntrel (ซินเทรล) เพราะไลฟ์สไตล์ คนในปัจจุบันใส่ใจเรื่องสุขภาพ ออกกำลังกายมากขึ้นทำให้เสื้อผ้า Sportswear เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยลูกค้า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นลูกค้าที่เคยผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายอยู่แล้ว แต่ต้องการลองผ้าชนิดใหม่ที่มีนวัตกรรม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง

“HATCH Designer Hub ถูกตั้งเป้าให้เติบโตในเชิงคุณภาพ โดยเราต้องการใช้สถานที่แห่งนี้พัฒนาศักยภาพและสร้างผู้ประกอบการแฟชั่นรุ่นใหม่ให้สามารถแข่งขันในธุรกิจได้อย่างยั่งยืน สร้างโอกาสและเกิดการต่อยอดทางธุรกิจ โดยปีนี้ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการจะสร้างการรับรู้ในเชิงรุก ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊คเป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง อาทิ การจัดเวิร์คช็อปให้ความรู้และได้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาผ้าผืนให้เป็นเสื้อผ้าแฟชั่น กระตุ้นให้เกิดการเข้ามาใช้พื้นที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรวมถึงการ Collaborate กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังและทรงอิทธิพลในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง แฮมเบอร์เกอร์ สตูดิโอ (HAMBURGER STUDIO) และคิว ดีไซน์ แอนด์ เพลย์ (Q Design and Play) ออกคอลเลคชั่นพิเศษที่ผลิตจากผ้าของ HATCH ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน” วิบูลย์ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ HATCH Designer Hub ตั้งอยู่ ซ.สุขสวัสดิ์ 35 (วัดสน) เปิดให้บริการจันทร์ – เสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 18.00 น. มีที่จอดรถ เครื่องดื่มและ WiFi ให้บริการฟรี พร้อมให้ดีไซน์เนอร์และผู้ประกอบการธุรกิจเสื้อผ้าที่สนใจไปใช้บริการได้ฟรีแล้ววันนี้

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on skype
Share on linkedin